![]() |
|||
| โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์เชวง เดชะไกศยะ |
|||
ความเครียด ฆ่าคนได้จริงหรือ และฆ่าได้อย่างไร ตลอดจนวิธีการแก้ความเครียดที่รุนแรง เป็นปัญหาของชีวิต และสังคมอย่างยิ่ง ดังนั้น วิธีการแก้ที่ได้ผลอย่างถูกต้อง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องศึกษา เรียนรู้ให้เกิดความเข้าใจในชีวิตของเราเอง ศึกษาชีวิตอันประกอบด้วย ร่างกาย และ จิตใจ สองส่วนด้านนอกและ ด้านในนี้อาศัยซึ่งกันและกันอย่างแยกออกจากกันไม่ได้ เป็นเหตุเป็นผลสัมพันธ์กันอย่างยิ่ง และต่อเนื่อง ทั้งชีวิตด้านในคือจิตใจและชีวิตด้านนอกคือร่างกาย
คุณมีปัญหาทางอาหารที่รับประทานไปแล้ว ท้องอืด มีลมในท้องมาก บางครั้งมีคลื่นไส้อาเจียน คุณก็ได้โรคเพิ่มมาอีกหนึ่ง คือ โรคทางกระเพาะอาหาร หรือบางครั้งคุณก็รับยานอนหลับ และยาคลายเครียดมาด้วย คุณก็มีโรคทางประสาทมาด้วยอีก ๑ โรค ทั้งยาทางกระเพาะและยาทางประสาทก็รวมเป็น ๔ - ๕ อย่าง คุณอาจจะระงับอาการนอน ไม่หลับ หรืออาการวิตกกังวลได้บ้าง เพราะยาที่คุณรับประทานไปนั้นได้ผล แต่ก็เพียงระยะหนึ่งเท่านั้น ต่อไปยาก็ใช้ไม่ได้ผลคุณต้องใช้ยาแรงขึ้นและมากขึ้น ผลข้างเคียงก็ตามมาเป็น โรคซึมเซา ซึมเศร้า ซึมเฉย คุณก็ต้องไปหาหมอโรคจิต รับประทานยาของหมอโรคจิตกลายเป็นคนไข้โรคจิตไปอีกโรคหนึ่ง มองเห็นโลกไม่น่าอยู่เลย มองโลกในแง่ร้าย ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยมี ซ้ำเคยเป็นคนร่าเริงเสียด้วยนี่คือสาเหตุเป็น โรคเครียดรุนแรงเรื้องรัง และ ยาวนาน ทำลาย ความสุขสงบทางจิตใจ และ ร่างกาย ให้หมดสิ้นไป เขาจะสอนให้คุณไปทำ สมาธิ บ้าง วิปัสสนา บ้าง ไปร้องเพลง ไปออกกำลังกาย ไปหาความสนุกเพลิดเพลินกับเพื่อนฝูงบ้าง รับรองว่าในระยะนี้ท่านทำไม่ได้หรอก เพราะคุณไม่สามารถทำสติ - สัมปชัญญะ ให้เกิดขึ้นมาได้เอง เพราะคุณไม่รู้จักหน้าตาของ สติ - สัมปชัญญะ มาก่อนเลย แล้วคุณจะทำให้ ธรรม ๒ อย่างนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร นี้เพียงเหตุที่เกิดขึ้นกับโรคทางกายเท่านั้น ถ้าโรคทางกายที่ร้ายแรงกว่านี้มาก คุณจะอยู่ได้อย่างไร ให้มีความเครียดและความทุกข์ให้น้อยที่สุดคงยากมาก ๆ และแย่ลงมาก ๆ ทีเดียว ถ้าคุณเสียสิ่งที่คุณรักมาก ๆ คุณจะทำใจอย่างไร บางคนทำได้ บางคนทำไม่ได้ มีเงิน ๑๐ ล้านบาท ๑๐๐ - ๒๐๐ ล้านบาท แล้วหมดไป คุณเพิ่งเริ่ม มีมาเมื่อ ๑๐ ปี ที่แล้วมา ปีนี้หมดไปกลับเป็นหนี้เขา ไม่มีดอกเบี้ยจ่ายให้เจ้าหนี้เขา คุณเคยเป็นเจ้าหนี้ เดี๋ยวนี้กลับเป็นลูกหนี้ คุณไม่เครียดหรือ ไม่ทุกข์หรือ นอนหลับอย่างเป็นสุขหรือ คงยากมาก ๆ แน่นอนคุณต้อง อยู่ร้อนนอนทุกข์ ไม่สามารถ อยู่เย็นเป็นสุข ได้แน่นอน นี้เป็น สัจธรรม ที่แท้จริง
คุณอาจทราบแล้วว่า การแก้โรคเครียด ด้วยการออกกำลังกาย การร้องเพลง การหาความเพลิดเพลินต่าง ๆ อาจใช้ได้เหมือนกัน แต่ไม่ใช่การแก้ที่ถูกต้องและได้ผลที่ถาวร ยิ่งในคนไข้ที่มีปัญหามากจากการ สูญเสียทรัพย์ เสียชื่อเสียง เสียของรัก สูญเสียสิ่งที่รักต้องพลัดพรากไป มีอาการ ซึมเซา ซึมเศร้ามาก ๆ คงไม่สามารถไปหาความสนุกเพลิดเพลินต่าง ๆ ได้ นอกจากจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจ สร้าง ระบบความคิดที่ดีที่ถูกต้องตรงเหตุผลของสัจธรรม และสร้าง สติ - สัมปชัญญะ ให้รู้เท่า รู้ทัน รู้กัน รู้แก้ เมื่อประสบปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาสู่ตัวเรา ทำให้เกิดความทุกข์เร่าร้อนขึ้นภาย ในจิตใจ ความคิดที่ไม่มี (คิดร้ายต่าง ๆ) เช่น คิด กลัว คิดโกรธ คิด เกลียด คิด พยาบาท และคิด เบียดเบียนเขา เป็น เหตุ ให้เกิดความ เครียด ขึ้นภายในจิตใจ จะมีผลกระทบกับร่างกายทุกระบบดังที่ ได้กล่าวมาแล้วความคิดเกิดจาก อารมณ์ในอดีต อันเป็นสัญญาที่เราเก็บจดจำไว้ที่ไม่ดี ที่ไม่ควรคิด และอารมณ์ใหม่ ๆ ที่เราเกิดความไม่พอใจขึ้นในปัจจุบัน จากการไม่สมหวังไม่ได้ดั่งใจ ความเครียด คือความ เร่าร้อน และ เศร้าหมอง แห่งจิตจึงเกิดขึ้นทันทีจึงต้องควรทำความรู้จักมันไว้ เข้าใจไว้ให้ดี รู้อย่างนี้แล้วก็ทำให้เกิด สติ - ปัญญา ขึ้นสะสมและเพิ่มพูนมากขึ้น จิตใจจะผ่องใสเบาสบายขึ้น ดังนั้น ความเครียดจึงมีสาเหตุจากทั้งปัจจัยภายนอก และ ปัจจัยที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ ของเราเอง ความทุกข์ของวันไหน ควรพอแล้วสำหรับวันนั้น ควรหรือที่จะนำมาทุกข์ในวันนี้ |