|
คำว่า ศิลปะ แปลว่า ผลที่ดีอันเป็นมงคลของชีวิต เป็นความเจริญเป็นความสุข อยู่ในมงคล ๓๘ ประมาณ ในข้อที่ ๘ ต่อมาจาก พาหุสัจจะ ความเป็นผู้รอบรู้และชาญฉลาดทั้งทางโลกและทางธรรม เป็นอริยทรัพย์ อันประเสริฐ
ทุก ๆ ชีวิตที่บังเกิดขึ้นมาในโลกนี้ ล้วนมี คุณค่า และศักดิ์ศรี ความรักเป็นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ แต่ความเมตตากรุณา ทำให้ความเป็นมนุษย์สมบูรณ์ขึ้น
ทุกชีวิตล้วนมีความทุกข์ มากและน้อยล้วนต่างกันไปต้องทุกข์กายและใจ คนจนก็ต้องเจ็บ คนรวยก็ต้องเจ็บต้องทุกข์ บางคนเจ็บและทุกข์มากกว่าคนยากจนก็มี จนเพราะไม่มีจริง ๆ ก็มี บางคนจนเพราะมีไม่พอก็มี ทุกคนไม่ว่าจนหรือรวยปรารถนาความสุขด้วยกันทั้งสิ้น คือความมีลาภ มีความสะดวก มีความสบาย และสนุกด้วยอารมณ์ที่ดี ๆ ที่เพลิดเพลินเจริญใจ ปรารถนาความรัก ปรารถนาสิ่งอันเป็นที่รัก แสวงหาสิ่งอันเป็นที่รัก จึงเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์และปัญหาและอุปสรรค์ต่าง ๆ ติดตามมา อุปสรรคจึงต้องฟันฝ่าปัญหาต้องแก้ไข ปัญหามาปัญญาก็เกิดขึ้น จึงไม่ควรกลัวและหนีปัญหา ไม่ว่าจะมีอำนาจวาสนาเพียงใด ร่ำรวยและยากจนเพียงใด ล้วนต้องมีปัญหา จึงต้องใช้ปัญหาให้เกิดความอดทนให้เกิดปัญญา ขันติและความเพียงอันประกอบด้วยปัญญาเป็นยอดของความดีเป็นบารมีที่สำคัญพร้อมด้วยสติปัญญาที่ต้องสร้างขึ้นด้วย การศึกษา และ การปฏิบัติธรรม พร้อมกันไปด้วยความเพียรไม่ท้อถอยเพราะชีวิตของเรามีค่าอย่าปล่อยให้เวลาไปโดย เปล่าประโยชน์
ทุกชีวิตถูกกลืนกินไปทุกขณะด้วยกาลเวลา กาลเวลาที่ล่วงไปล้วนกลืนกินทุกชีวิตให้หมดไป ชีวิตเหมือหยดน้ำ ชีวิตเหมือนน้ำค้างบนยอดหญ้า ชุ่มฉ่ำอยู่เพียงค่ำคืน รุ่งเช้าก็หมดไปด้วยแสงแดด ชีวิตจึงเป็นของน้อย เป็นอยู่ดำเนินไปในกาลเวลา เวลาหน้าที่ ภารกิจ และความรับผิดชอบของเราจึงสำคัญอย่างยิ่งความสุขมรอบคอบ และอ่อนน้อมถ่อมตน อันเกิดขึ้นจากการมี ความรอบรู้ ความเฉลียวฉลาด และความอดทนที่เหนือระดับ ต้องสร้างขึ้นจากการเรียนรู้และใฝ่รู้ทั้งทางโลกและทางธรรม จึงเป็นเรื่องสำคัญในการ ดำเนินชีวิต เพื่อสร้างพละกำลังทั้งกายและใจ กำลังของสติปัญญา พร้อมทั้ง กุศลศรัทธา สัมมาปฏิบัติ ด้วยชีวิตและตลอดชีวิต เพื่อชีวิตอันมีค่าที่สุดของเรา อันมีพระรัตนตรัยอันเป็นที่เคารพ ศรัทธาและสักการะอันสูงสุด เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรและร่มธรรมของชาวพุทธทุกท่านให้พ้นเสียจาก ทุกข์ โทษ และภัยทั้งหลายทั้งปวงให้หมดสิ้นไป
ความกลัวเป็นทุกข์
ความโกรธเป็นโทษ
ความเพลิดเพลินเป็นภัย
ความเพลิดเพลินในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และความเพลิดเพลิน ในลาภ ในยศ ในอำนาจ ความเพลิดเพลินเป็นเหตุให้ขาด สติสัมปชัญญะ เสียเวลาอันมีค่าไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างยิ่ง มีโรค มีทุกข์ มีโทษ มีภัย ติดตามมาโดยไม่รู้ตัว บางครั้งกว่าจะรู้ก็ สายเกินแก้
ควรมีการสำรวมระวังให้มี สติ อยู่เสมอ ควรรู้เท่าไว้กันรู้ภัยไว้แก้ เราก็สามารถพ้นจากความทุกข์โทษภัยทั้งหลายได้แล้วเราก็สร้างความสุขให้เป็นประโยชน์ สามารถมีความฉลาดกำหนดให้ความสุขเกิดขึ้นในจิตใจ และรักษาความสุขนั้นไว้ได้ยาวนาน และเผยแผ่ความสุขนั้นไปยังเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งปวงได้ ด้วยการ ศึกษา และ ปฏิบัติธรรม อย่างต่อเนื่อง แล้วท่านจะเกิดความภาคภูมิไว้ด้วย ปิติ ปัสสธิ ทั้งกายและใจ ที่ได้ทำประโยชน์และความสุขให้แก่ตนเองและผู้อื่น ตลอดจนสรรพสัตว์ทั้งปวงด้วย อานุภาพ แห่งพระรัตนตรัย มี พระพุทธรัตน์กำจัดทุกข์ พระธรรมรัตน์กำจัดโรค พระสังฆรัตน์กำจัดภัย ให้แก่มวลมนุษย์ และสรรพสัตว์ทั้งปวง ทั้งโลกนี้และโลกหน้า ให้เกิดกุศลศรัทธาและสัมมาปฏิบัติ และความรัก ความเมตตา กรุณา ความเชื่อที่เป็นสัมมาทิฏฐิที่แท้จริง ความสงสัยทั้งหลาย (วิจิกิจฉา) และมิจฉาทิฏฐิก็จะค่อย ๆ หมดลงไปในที่สุด
นี่คือ ศิลปะในการดำเนินชีวิต ที่ถูกต้องอย่างแท้จริง ในหลักการทางพุทธศาสนา
ท่านจะไม่เศร้าโศกในเรื่องที่แล้วมา ท่านจะไม่ทุกข์สำหรับในเวลาที่ต้องรอคอยแม้จะนานสักเพียงใดก็ตาม เพราะมันก็มีแต่ วันนี้ และ พรุ่งนี้ เท่านั้น
ความทุกข์ทั้งหลายจะค่อย ๆ หยุดลง หมดลงไปอย่างแน่นอนที่สุด และแล้วความสุขทั้งหลายก็จะค่อย ๆ ปรากฏเกิดขึ้นดุจดวงตะวันที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้าฉันนั้น ความทุกข์ของวันไหนควรพอสำหรับวันนั้น เพราะมันเป็นความทุกข์ของวันนั้นเท่านั้น
ความรักในสัจจะที่แท้จริงและรักษาไว้ให้มั่นคง ตามที่พระบรมศาสดาได้ทรงสอนไว้ เป็น สัจธรรม ที่เป็น ไปตามธรรมชาติ เป็น ธรรมธาตุ เป็น ธรรมฐิติ เป็น ธรรมนิยาม อันหมายถึงสรรพสิ่งทั้งปวงในโลกนี้ล้วนมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ตั้งอยู่ชั่วครู่เป็นธรรมดาแล้วเสื่อมสิ้นคลายดับสิ้นไปเป็นธรรมดา ความมีลาภ มียศ มีอำนาจ มี สุข มี ทุกข์ ล้วนเมื่อมีขึ้นก็ต้องหมดไปเป็นธรรมดา ไม่มีใครมาบังคับให้เป็นไปได้ ดังนั้น ความผิดหวัง ความได้ดั่งใจ และไม่ได้ดั่งใจเป็นเรื่องปกติธรรมดาของมนุษย์ทั่วไป ทุกคนเมื่อเกิดขึ้นมาล้วนต้องประสพกับความทุกข์ (ทุกข์ทุกข์ ทุกข์ทั้งกายและ ทุกข์ใจ ) ด้วยกัน ทุกคน มีเลือดสีเดียวกัน มีน้ำตาร้อน น้ำตาเย็นเช่นกัน
มีใจเล็ก ๆ ต้องเจ็บลึก ๆ เหมือนกัน มีลิ้นสำหรับลิ้มรสของอาหารและไว้สำหรับพูดให้คนอื่นและตัวเรา ก็ต้องเจ็บช้ำน้ำใจเหมือนกัน จึงควรต้องสำรวมลิ้น (ชิวหา) ให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นให้ได้มากที่สุด อาหารนั้นจำเป็นยิ่งสำหรับชีวิตที่ต้องทำให้ร่างกายแข็งแรง กินพอดีตายยาก กินมากตายเร็ว อย่าตามใจลิ้น และความอยากให้มากเกินไป ระวังคำพูด พูดให้เป็น ประโยชน์ และ สุภาพ ให้มากที่สุด ถ้าพูดไม่ได้จงนิ่งเสีย
ความรักที่เป็นประโยชน์ ให้ความสุข ความเจริญแก่ทุกชีวิตและพ้นจากทุกข์โทษภัยได้ดีที่สุด คือ
1. ความรักในพระรัตนตรัย
2. ความรักในงานหน้าที่ที่รับผิดชอบ
3. รักในความขยันหมั่นเพียร
4. ความรักในความอดทนที่เหนือระดับ
5. ความรักในความซื่อสัตย์
6. ความรักในความประหยัด ไม่สุรุ่ยสุร่ายและตระหนี่มากเกินไปตลอดจนการประมาณในการใช้เวลา
แต่ละวันให้ได้ประโยชน์มากที่สุด
7. ความรักในความกตัญญู (คุณค่า) แก่บุคคล แก่ตัวเอง
ความรักที่เป็นประโยชน์และมีค่าแก่ทุกชีวิต ที่จะต้องศึกษาฝึกฝนอบรมให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของเรา จะ
ทำให้ชีวิตมีความแข็งแกร่งทั้งกายและจิตใจ แกร่งทั้งปัญญา มีความรอบรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม ทั้งหมดนี้ เป็น ศิลปะในการดำเนินชีวิต ที่เดินไปข้างหน้าเป็นผู้รู้ผู้กล้าผู้ตื่นตัวอยู่เสมอ ทำลาย ทุกข์โทษภัย ทั้งหลายที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตให้หมดสิ้นไปในที่สุด
ปัญหา มา ปัญญาเกิด |