เรื่องจริงๆของผู้หญิงคนหนึ่ง
โดย นิรนาม
20 พ.ค.2545 สมุดบันทึกเล่มนี้ ดิฉันตั้งใจที่จะเขียนถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่มอบแผนที่ชีวิตให้ดิฉันรู้จัก แผนที่ธรรมะ ที่ต้องใช้มาเป็นคู่มือในการดำเนินชีวิต แม้ดิฉันจะไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนธรรมะ แต่แผนที่นั้น ก็ได้พลิกฟื้นชีวิตของดิฉันขึ้นมาได้ ทำให้ดิฉันตระหนักถึงคุณค่าแห่งการทำความดี และการตั้งตนอยู่ในศีลในธรรมนั้น ว่าจำเป็นต่อชีวิตเพียงใด
ดิฉันตั้งใจเขียนบันทึกเล่มนี้ขึ้นมา เพื่อระลึกถึงผู้หญิงคนนั้น เธอได้มีบุญคุณกับดิฉันกับครอบครัวของดิฉัน เธอได้ฉุดชีวิตครอบครัวของดิฉันที่กำลังจะดิ่งลงเหว กำลังจะแตกสลายลงไปให้กลับคืนมา ฉุดชีวิตของดิฉันฉุดชีวิตสามีดิฉันซึ่ง 2 ชีวิตนี้กำลังจะแตกแยกชีวิตกำลังจะล่มสลายไป ซึ่งตอนนั้นสามีของดิฉันเขากำลังหลงทางหลงผิดกับกิเลสตัณหาความโลภ นำพาให้เขาลืมลูกลืมเมีย ลืมธุรกิจ ลืมบ้าน ลืมทุกอย่างลงไป หลงระเริงกับผู้หญิงหลงระเริงกับบุคคลอื่น ซึ่งคิดว่าเขาเหล่านั้นจะนำพาให้เขาไปร่ำรวย โกหกลูกเมียสารพัดที่จะทำ โดยเขาไม่คำนึงถึงจิตใจลูกเมียเลย ดิฉันทุกข์ใจทุกข์อย่างแสนสาหัสจนคิดที่จะฆ่าตัวตาย คิดขายกิจการที่ร่วมทำกันมาเกือบ 20 ปี ทุกข์เรื่องหนี้สิน ทุกข์เรื่องสามีนอกใจ ทุกข์เรื่องลูกอีก 4 คนจะอยู่อย่างไร ทุกข์เรื่องธุรกิจที่ทำอยู่ ทุกข์เรื่องลูกน้องทรยศ ดิฉันกำลังตายทั้งเป็นไม่รู้จะหันไปหาใคร ไม่รู้จะพึ่งใครดี ไม่รู้จะทำอย่างไรกับชีวิตของตัวเองต่อไป
อยู่มาวันหนึ่ง ดิฉันกำลังทุกข์ใจมากกำลังคิดจะตัดสินใจคิดสั้น ลาโลกหนีจากโลกนี้เสียดีกว่า อยู่ไปก็ไม่มีค่าอะไร แต่อะไรดลใจให้ดิฉันคิดถึงลูกเห็นหน้าลูกลอยมาอยู่ตรงหน้าทีละคน ดิฉันมาสะดุ้งตื่นตกใจ เพราะดิฉันได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น มีผู้หญิงคนหนึ่งโทรศัพท์มาหาดิฉันขอพูดกับดิฉัน เธอคือผู้หญิงคนนั้นนั่นเองเธอโทรมาคุยกับดิฉันซึ่งดิฉันไม่เคยรู้ว่าเป็นเธอ เพราะไม่เคยเห็นหน้าไม่เคยคุยกันมาก่อนเลย แต่พอทราบก็รู้ว่าเธอเป็นเจ้าหนี้ของดิฉันเองค่ะ ดิฉันเป็นหนี้เธออยู่ค่ะหลายแสนทีเดียว เธอถามเรื่องหนี้ก่อน ดิฉันก็รับปากเธอว่าดิฉันจะคืนเธอทุกบาททุกสตางค์เลย (และขณะนี้ดิฉันก็ได้จ่ายหนี้สินให้เธอหมดแล้ว) เธอบอกดิฉันว่าไม่เป็นไรเรื่อง หนี้สินแต่เธอฟังดูน้ำเสียงของดิฉันรู้สึกว่าไม่ดีเลยนะ ดิฉันก็ตอบเธอว่าดิฉันกำลังทุกข์ใจทุกข์เรื่องต่าง ๆ รอบตัวแก้ปัญหาไม่ตก เธอก็ได้ชวนดิฉันไปหาเธอค่ะ เธอบอกว่าดิฉันต้องไปหาเธอไม่อย่างนั้นแล้วทุกข์ที่อยู่ในตัวของดิฉันมันจะไม่คลายลง ถ้ามาหาเธอเธออาจจะทำให้ความทุกข์ทั้งหลายเบาบางลงได้บ้าง ดิฉันก็ตอบเธอว่าดิฉันไปไม่ได้ไปไม่ถูก แต่ถ้าสามีดิฉันพาไปดิฉันถึงจะได้ไปพบเธอ เธอจึงจัดการโทรศัพท์นัดสามีดิฉันว่าขอนัดเลี้ยงข้าวในฐานะเพื่อนร่วมธุรกิจซึ่งเราทำธุรกิจกันมา 8 ปี ไม่เคยเจอหน้ากันเลยไม่เคยคุยกันเลยขอนัดเจอสักวัน สามีดิฉันก็รับปากค่ะเขาก็ได้พาดิฉันไปพบเธอตามนัด บุญบันดาลอะไรก็ไม่รู้นำพาให้เขาพาดิฉันมาพบเธอพอเห็นหน้าเธอ ดิฉันก็มีความรู้สึกว่าเคยพบมาแล้วเหมือนกับเรารู้จักกันมานานแต่ว่าพึ่งจะได้เจอหน้ากันเท่านั้น จากนั้นพอเธอได้เจอดิฉันกับสามี เธอจึงพูดถึงเรื่องการสร้างกุศลไว้เป็นที่พึ่ง การสวดมนต์เพื่อระลึกถึงคุณขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พูดถึงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า พูดถึงกรรมทั้งดี-เลวและผลของกรรม พูดถึงบาปบุญคุณโทษ เธอสอนถึงการทำบุญแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตบ้าง และการทำบุญจะนำพาความสุขความเจริญมาให้กับครอบครัวอย่างไรบ้าง เธอสอนให้รู้คุณค่าของการเกิดมาเป็นคน การเกิดมาเป็นคนนั้นแสนยากเหลือเกิน ฉะนั้นเราควร ต้องทำความดีทำบุญกุศลเอาไว้ และเธอได้แนะนำให้ดิฉันกับสามีใส่บาตรทุกเช้า ให้ทำเป็นกิจวัตรประจำวันเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาดิฉันกับสามีไม่เคยคิดจะเข้าวัดปฏิบัติธรรมเลย ถวายสังฆทาน 1 ถังในวันเกิดก็เป็นอันจบการทำบุญอันยิ่งใหญ่แล้ว ในความคิดของเรา 2 คนที่ผ่านมาไม่เคยมีธรรมะอยู่ในใจกันเลย การทำบุญปีหนึ่งจะนับครั้งได้ แต่พอดิฉันได้ฟังเธอสอนตั้งแต่นั้นมา ดิฉันใส่บาตรทำบุญตลอดไม่เคยเว้นเลย และทำให้จิตใจดิฉันสงบลงและมีความสบายใจมากขึ้น เธอแนะนำให้ดิฉันให้อภัยแด่บุคคลที่สามที่ทำให้ครอบครัวของดิฉันแตกสลาย เธอว่าคนที่ทำกรรมเช่นนั้น ต่อไปในภายภาคหน้าเขาย่อมต้องได้รับความทุกข์ร้อนแสนสาหัส เป็นเรื่องที่เราต้องสลดใจและควรให้อภัย เพราะการให้อภัยนั้นเป็นทานกุศลที่มีกำลังมาก จากนั้นเธอจึงชวนสามีของดิฉันให้บวช ซึ่งไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเขาก็ตอบตกลงไป ดิฉันนั่งน้ำตาซึมด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
จากนั้นเธอได้พาดิฉันไปเลี้ยงข้าวตามคำเชิญของเธอค่ะ พอทานข้าวกันเสร็จแล้วเธอจึงเอ่ยปากชวนดิฉันและสามีไปพบผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเธอได้บอกว่าเป็นบุคคลที่เธอเคารพ ท่านเป็นอีกคนหนึ่งซึ่งดิฉันจะไม่ลืมพระคุณอันยิ่งใหญ่นี้เลยเช่นกันและจะระลึกถึงท่านเสมอและท่านจะอยู่ในใจของดิฉันเสมอค่ะ พอท่านเห็นสามีและดิฉันนั่งรออยู่ ท่านก็ได้อบรมสั่งสอน ท่านแนะนำว่าการบวชจะทำให้จิตใจของคนเราได้รู้ซึ้งถึงการกระทำว่า เวรกรรม บาปกรรมนั้นมีจริงไหม?? การทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์ การทำลายชีวิตของตัวเองนั้นบาปแค่ไหนจะสอนให้รู้จักบาปบุญ คุณโทษทั้งหลายที่เคยทำไว้ต้องส่งผล ท่านเลยชวนสามีของดิฉันไปอินเดีย ท่านบอกว่าไปอินเดียแล้วเราจะรู้ได้เองว่าเกิดแก่เจ็บตายทุกคนก็หนี้ไม่พ้น ซึ่งตอนนั้นดิฉันนั่งฟังก็วิตกกังวลเพราะใจคิดแต่ว่าเราจะเอาเงินที่ไหนให้เขาไป หนี้สินก็พันตัวเองจะไม่หลุดอยู่แล้วแต่ก็รับปากว่าจะให้เขาไป เพราะสามีดิฉันตอนนั้น ดิฉันก็พอจะรู้ใจว่าเขาอยากจะไปอยู่แล้วไปไหนก็ได้ให้ไกลจากตัวดิฉัน ไปให้ไกลจากปัญหาที่เขาได้ก่อขึ้นมา ปัญหาที่กำลังแย่ในใจของเขา ปากเขาจึงบ่นออกมาว่าอยากบวช บวชเพื่อหนีอะไรต่าง ๆ หนีเวรกรรมบาปกรรมที่ตัวเองได้ก่อขึ้นมา เขาคงคิดแค่นั้น ดิฉันอยากให้เขาไปเพื่อให้เขารู้ว่าสักวันหนึ่งเมื่อเขาอยู่คนเดียวเขาจะอยู่ได้ไหม ดิฉันอยากให้เขาได้คิด ส่วนตัวของดิฉันเองก็จะได้มีเวลาคิดเช่นกันว่าสักวันถ้าเราต้องอยู่คนเดียวแล้วเราจะทำอย่างไรกับชีวิต และเราจะเลี้ยงลูกอย่างไรต่อไปดี ใจก็นึกถึงคำพูดของอาจารย์ว่าถ้าเขาไปอินเดียเขาอาจจะได้พบได้เจอสิ่งที่จะทำให้เขาได้คิดเอง และเขาจะกลับมาเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี เขาจะกลับตัวกลับใจได้ และถึงเขากลับมาให้เขาบวชแล้วเขาจะหลุดพ้นจากบ่วงมารได้เอง เขาจะหลุดพ้นด้วยตัวของเขาเอง
ในเวลานั้นดิฉันทุกข์ใจมากเงินถ้าเก็บไม่ได้ทำอย่างไรดี ดิฉันกลุ้มใจมากก็เลยโทรศัพท์หาผู้หญิงคนนั้นที่เป็นเจ้าหนี้ของดิฉัน ขอผลัดหนี้ออกไปจนถึงสิ้นเดือน เธอไม่ปฏิเสธดิฉันเธอช่วยดิฉันอีกครั้งหนึ่งค่ะ และในเวลานั้นมันอัดอั้นตันใจก็ได้ภาวนาว่าถ้าบุญของดิฉันและสามีมีจริง เทวดามีจริงก็ขอให้เขาได้ไป ก็เหมือนปาฏิหาริย์จากใจที่ภาวนา ลูกค้าโทรมาบอกว่าเงินออกแล้วให้มารับได้ ดิฉันดีใจเป็นที่สุดรีบให้ลูกน้องไปรับ แล้วรีบโอนเงินค่าตั๋วให้บริษัททัวร์ทันที
ดิฉันทุกข์ใจคนเดียว หัวใจมันร้องไห้แต่ก็ไปส่งสามีขึ้นเครื่องบินที่ดอนเมือง ส่งเขาขึ้นเครื่องบินก็ ใจหาย ต่อจากนี้ไปไม่รู้ว่าอนาคตเราจะได้แยกจากกันอย่างนี้ไปตลอดชีวิตหรือเปล่า ใจก็ได้แต่นึกถึง 14 วันที่เขาไปกับ 14 วันที่เรารอคอยว่าถ้าเขากลับมาแล้วเขาจะเดินจากเราไปหรือเปล่า เขาจะทิ้งเราและลูก ๆ ไปอยู่กับคนอื่นหรือเปล่ามันเป็นเวลาแห่งการทรมานที่สุดในชีวิตของดิฉันก็ว่าได้ มองดูตัวเองมองดูหน้าลูกๆ ก็สะท้อนใจเจ็บเหลือ เกินเกิดมาเป็นลูกผู้หญิงทำไมต้องลำบากใจอย่างนี้ ก็ได้แต่นึกถึงคำพูดดี ๆ ของเจ้าหนี้ดิฉันว่า ให้ดิฉันทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำ แผ่อุทิศส่วนกุศลให้บรรดาญาติผู้ล่วงลับไปแล้วและเทวดาทั้งหลาย, ให้อภัย พยายามทำใจให้อยู่กับกุศล หมั่นระลึกถึงกุศลที่ได้ทำไว้แล้วด้วยดี แล้วชีวิตจะดีขึ้น ดิฉันทำบุญใส่บาตรทุกวันและอธิษฐานภาวนาขอให้บุญกุศลนี้ จงเป็นปัจจัยให้ชีวิตครอบครัวจงปราศจากมารผจญขอให้มารที่เข้ามาครอบงำจิตใจของสามีดิฉันให้คลายไป ไปให้พ้นจากครอบครัวของเรา ทำอย่างนี้เป็นประจำทุกวัน 14 วันแห่งการรอคอย 14 วันแห่งความทรมานใจ 14 วันแห่งการตัดสินใจว่าชีวิตจะล้มสลายจะต้องแตกแยกกันไปหรือว่าชีวิตจะต้องผจญกับอะไรต่อไป
ดิฉันและลูก ๆ ได้ไปรอรับสามีที่สนามบินพอดิฉันเห็นหน้าเขา ดิฉันมีความรู้สึกทั้งดีใจทั้งใจหายไม่รู้ว่านาทีต่อไปข้างหน้าชีวิตครอบครัวจะเป็นอย่างไรจะอยู่หรือจะแตกแยกมันมีความรู้สึกเศร้าใจ ขมขื่นใจอย่างที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ แต่พอกลับถึงบ้านก็เหมือนปาฏิหาริย์สามีดิฉันได้กอดดิฉันไว้
ดิฉันได้เห็นน้ำตาแห่งลูกผู้ชายเขาสารภาพผิดสารภาพทุกอย่างขอโทษดิฉัน และสาบานว่าต่อไปนี้เขาจะเป็นสามีที่ดีจะเป็นพ่อที่ดีของลูกจะกลับ มาเป็นผู้นำที่ดีของครอบครัวจะไม่นอกลู่นอกทางไปไหนอีก จะกลับมาทำธุรกิจให้เจริญรุ่งเรืองจะกลับมาดูแลลูก ๆ ให้ไปให้ตลอดรอดฝั่ง จะเป็นสามีที่ดีของดิฉันตลอดไป
จากวันนั้นมาเขาก็พาลูกเมียสวดมนต์ทุกวัน เพราะที่เขาไปอินเดียเขาได้รู้อะไรมากมาย รู้ดีรู้ชั่ว รู้เวรกรรม รู้บาป รู้เกิดแก่เจ็บตายในโลกนี้ ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้เลย ดิฉันมีความรู้สึกอย่างบอกไม่ถูกดีใจสุขใจ 14 วันแห่งความขมขื่นใจ เสียใจ ทุกข์ใจ แต่มาเวลานี้ดิฉันมีความสุขใจค่ะ เพราะดิฉันได้สามีของดิฉันคืนกลับมา คืนกลับมาหาลูก ๆ คืนมาสู่ครอบครัวอันอบอุ่นเหมือนเดิม ซึ่งทำให้ดิฉันนึกถึงบุญคุณของผู้หญิงคนนี้มากขึ้น เวลาดิฉันทำบุญใส่บาตรดิฉันแผ่ส่วนบุญกุศลให้ท่านทั้ง 2 คนเลยค่ะ และทุกวันนี้ธุรกิจการงานก็เริ่มดีขึ้น ลูก ๆ เริ่มเข้าใจพ่อมากขึ้น และตอนนี้ดิฉันยิ่งสุขใจมากค่ะ เพราะสามีดิฉันได้บวชตามที่ตั้งใจไว้และดิฉันเป็นสุขมาก เพราะพระได้บอกว่าได้บวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พ่อ-แม่ และบวชเพื่อไถ่บาปที่ได้ทำไว้กับดิฉัน บวชเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดให้ดิฉันด้วย
จากนั้นไม่นาน ผู้หญิงคนนั้น ได้บอกกล่าวที่จะเป็นเจ้าภาพส่งสามีดิฉันไปบวชที่วัดขามสะแกแสง เธอได้จัดส่งผ้าไตรจีวร และเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับนักบวชมาให้สามีดิฉัน สามีดิฉันจึงได้ไปบวช ดิฉันเองก็เดินทางไปปฏิบัติธรรมที่อยู่ที่วัดด้วย
ขอขอบพระคุณผู้หญิงคนนั้น เป็นอย่างสูงที่ได้ช่วยเหลือชีวิตของผู้หญิงอย่างดิฉัน และได้ช่วย เหลือครอบครัวหนึ่งให้กลับมามีชีวิตใหม่ ดิฉันขอแผ่อุทิศส่วนกุศลในครั้งนี้ให้กับเธอและครอบครัวของเธอจงประสพแต่ความสุขความเจริญและขอให้เธอจงบรรลุผลในกุศลอันดีงามนี้ด้วย ดิฉันก็ได้ถือศีล 8 ปฏิบัติที่วัดขามสะแกแสงด้วย เพื่อแผ่ส่วนกุศลนี้ให้กับครอบครัวของเธอผู้นั้นด้วยเช่นกันค่ะ และดิฉันขอให้เธอจงทำดีและความดีของเธอขอจงได้ไปช่วยเหลือผู้ที่กำลังเกิดทุกข์เวทนา และขอให้เธอจงได้ไปช่วยบุคคลเหล่านั้นให้พ้นทุกข์ด้วยเทอญ
ดิฉันเขียนหนังสือเล่มนี้ ดิฉันไม่ได้ขออนุญาตเธอผู้นั้นหรอกค่ะ และดิฉันก็ต้องอภัยเธอมา ณ ที่นี้ด้วย หากข้อความใดเป็นคำพูดดูหมิ่นประการใด ผิดพลาดอย่างไร ดิฉันขอรับไว้แต่เพียงผู้เดียว และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
(ดิฉันเขียนบันทึกเล่มนี้ ที่วัดขามสะแกแสง อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา)